วิธีอ่านรหัสตลับลูกปืน (Bearing Number) แต่ละตัวหมายถึงอะไร?

แผนภูมิแสดงวิธีอ่านรหัสตลับลูกปืน ถอดรหัสแต่ละตัวเลขและตัวอักษรของ Bearing Number

ทำไมการอ่านรหัสตลับลูกปืนจึงสำคัญ?

เวลาซื้อหรือเปลี่ยน ตลับลูกปืน (Bearing) หลายคนอาจเคยเห็นตัวเลขและตัวอักษรที่พิมพ์อยู่บนตัวสินค้า เช่น

  • 6204
  • 6205-2RS
  • 6308-ZZ
  • 6206 C3

หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียง "รหัสสินค้า" แต่ในความเป็นจริง รหัสเหล่านี้เป็นข้อมูลสำคัญที่บอกถึงประเภท ขนาด รูปแบบซีล และคุณสมบัติของตลับลูกปืนแต่ละรุ่น

หากเลือกผิดเพียงตัวเดียว อาจทำให้

  • ติดตั้งไม่ได้
  • รองรับโหลดไม่เหมาะสม
  • อายุการใช้งานสั้นลง
  • เครื่องจักรเกิดความเสียหายตามมา

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจวิธีอ่าน Bearing Number แบบเข้าใจง่าย เพื่อช่วยให้เลือกใช้งานได้ถูกต้องมากขึ้น

Bearing Number คืออะไร?

Bearing Number คือ รหัสมาตรฐานที่ผู้ผลิตใช้ระบุรายละเอียดของตลับลูกปืนแต่ละรุ่น โดยรหัสหนึ่งชุดสามารถบอกข้อมูลสำคัญได้หลายอย่าง เช่น

  • ประเภทของตลับลูกปืน
  • ขนาดรูเพลา (Bore Diameter)
  • ขนาดภายนอก
  • รูปแบบซีล
  • ระยะเคลียร์รันซ์ (Clearance)
  • คุณสมบัติพิเศษอื่น ๆ

แม้แต่ละแบรนด์อาจมีรายละเอียดเพิ่มเติมแตกต่างกัน แต่โครงสร้างของรหัสหลักจะอ้างอิงมาตรฐานเดียวกัน ทำให้สามารถเทียบรุ่นระหว่างหลายแบรนด์ได้ในหลายกรณี

โครงสร้างของรหัสตลับลูกปืน

ยกตัวอย่าง

6205-2RS C3

สามารถแบ่งความหมายได้ดังนี้

  • 6 = ประเภทของตลับลูกปืน
  • 2 = Series หรือความแข็งแรงของตัวลูกปืน
  • 05 = ขนาดรูเพลา
  • 2RS = ซีลยาง 2 ด้าน
  • C3 = ระยะเคลียร์รันซ์มากกว่ามาตรฐาน

แต่ละส่วนมีความหมายดังนี้

เลขตัวแรก บอกประเภทของตลับลูกปืน

ตัวเลขตัวแรกใช้ระบุชนิดของ Bearing

ตัวอย่างที่พบได้บ่อย

ตัวเลขประเภท
6 Deep Groove Ball Bearing
7 Angular Contact Bearing
2 Spherical Roller Bearing
3 Tapered Roller Bearing (บางมาตรฐาน)
N Cylindrical Roller Bearing (ใช้ตัวอักษรในบางรุ่น)

สำหรับงานอุตสาหกรรมทั่วไป รหัสที่พบมากที่สุดคือเลข 6 ซึ่งหมายถึง Deep Groove Ball Bearing

เลขตัวที่สอง บอก Series ของตลับลูกปืน

Series คือระดับความแข็งแรงและความสามารถในการรับโหลด

ตัวอย่าง

  • 60 Series
  • 62 Series
  • 63 Series
  • 64 Series

โดยทั่วไป

  • 60 = โหลดเบา
  • 62 = งานทั่วไป
  • 63 = รับโหลดสูง
  • 64 = รับโหลดหนักมาก

ยิ่ง Series สูง ขนาดภายนอกของลูกปืนก็มักจะใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับแรงที่มากขึ้น

เลขสองตัวท้าย บอกขนาดรูเพลา

เลขท้ายมีความสำคัญมาก เพราะเป็นตัวกำหนดขนาดเพลาที่สามารถใช้งานร่วมกันได้

ตัวอย่าง

รหัสขนาดรูเพลา
03 17 มม.
04 20 มม.
05 25 มม.
06 30 มม.
07 35 มม.

ตั้งแต่รหัส 04 เป็นต้นไป

สามารถนำตัวเลข × 5

เช่น

05

= 5 × 5

= 25 มิลลิเมตร

ตัวอักษรท้ายรหัส หมายถึงอะไร?

นอกจากตัวเลขแล้ว ยังมีตัวอักษรเพิ่มเติมเพื่อบอกคุณสมบัติของตลับลูกปืน

ตัวอย่างที่พบได้บ่อย

ZZ

มีแผ่นเหล็กปิดทั้งสองด้าน

เหมาะกับงานทั่วไปที่ต้องการป้องกันฝุ่น

2RS

ซีลยางทั้งสองด้าน

ช่วยป้องกันน้ำ ฝุ่น และสิ่งสกปรกได้ดีกว่า

นิยมใช้ในเครื่องจักรอุตสาหกรรมหลายประเภท

C3

มีระยะเคลียร์รันซ์ภายในมากกว่ามาตรฐาน

เหมาะกับงานที่

  • รอบจัด
  • อุณหภูมิสูง
  • มอเตอร์ไฟฟ้า

NR

มีร่องสำหรับแหวนล็อก (Snap Ring)

ใช้กับเครื่องจักรบางประเภทที่ต้องการล็อกตำแหน่งลูกปืน

ตัวอย่างการอ่านรหัสจริง

6204 ZZ

แปลว่า

  • Deep Groove Ball Bearing
  • Series 62
  • รูเพลา 20 มม.
  • ฝาเหล็กปิดสองด้าน

6205 2RS

แปลว่า

  • Deep Groove Ball Bearing
  • Series 62
  • รูเพลา 25 มม.
  • ซีลยางสองด้าน

6308 C3

แปลว่า

  • Deep Groove Ball Bearing
  • Series 63
  • รูเพลา 40 มม.
  • Clearance แบบ C3

เหมาะกับงานที่มีโหลดสูงและมอเตอร์ไฟฟ้า

ทำไมไม่ควรเลือกจากขนาดอย่างเดียว?

หลายคนเลือกตลับลูกปืนจาก

"ขนาดเท่ากัน"

แต่ไม่ดู

  • Series
  • Clearance
  • ซีล
  • ประเภท

ผลคือ

  • อายุการใช้งานสั้น
  • ความร้อนสูง
  • เครื่องจักรเสียเร็ว

ดังนั้น ควรตรวจสอบรหัสทั้งหมดก่อนสั่งซื้อทุกครั้ง

เลือกตลับลูกปืนให้เหมาะกับงานอย่างไร

ก่อนเลือกใช้งาน ควรพิจารณา

  • ประเภทเครื่องจักร
  • โหลดที่ใช้งาน
  • ความเร็วรอบ
  • อุณหภูมิ
  • สภาพแวดล้อม
  • ประเภทซีล

หากไม่แน่ใจ ควรเลือกจากรหัสเดิมของเครื่องจักร หรือปรึกษาผู้จำหน่ายที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้รุ่นที่เหมาะสมกับการใช้งาน

สามารถดูรายละเอียดและเลือก ตลับลูกปืน (Bearing) สำหรับงานอุตสาหกรรมได้ที่
https://www.thaicenterpart.com/17423831/ตลับลูกปืน-bearin

สรุป

การอ่าน Bearing Number ไม่ได้เป็นเรื่องยาก หากเข้าใจโครงสร้างของรหัส

เพียงดูให้ครบทั้ง

  • ประเภทของตลับลูกปืน
  • Series
  • ขนาดรูเพลา
  • รูปแบบซีล
  • ค่า Clearance

ก็จะช่วยให้เลือกใช้งานได้ถูกต้อง ลดโอกาสการติดตั้งผิดรุ่น และช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องจักรได้ในระยะยาว

บริษัท ไทยเซ็นเตอร์ พาร์ท จำกัด
โทร : 02-171-7080, 061-891-8939, 088-557-2044
Line id : @tcp11
Email : sale@thaicenterparts.com

Visitors: 442,673